ไมเกรน คือ อะไร
ไมเกรน คือ อาการปวดศีรษะชนิดหนึ่งที่มีความรุนแรง ปวดเป็นๆ หายๆ โดยมักปวด ข้างเดียวของศีรษะ และมักมาพร้อมอาการอื่น เช่น คลื่นไส้ อาเจียน หรือไวต่อแสงและเสียง ซึ่งต่างจากการปวดหัวทั่วไปที่มักปวดทั้งศีรษะและไม่รุนแรงมากเท่าไมเกรน
ตอนที่ 1 : ไมเกรนเกิดจากอะไร
ตอนที่ 2 : อาการไมเกรนเป็นยังไง
ตอนที่ 3 : วิธีรักษาไมเกรน
ตอนที่ 4 : อาหารที่ควรหลีกเลี่ยง
ตอนที่ 5 : สรุป
ไมเกรน เกิดจากอะไร
ไมเกรนเกิดจากความผิดปกติของระบบประสาทในสมอง โดยเฉพาะสารเคมีและเส้นเลือดที่ทำหน้าที่ส่งสัญญาณระหว่างเซลล์ประสาท ซึ่งส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของการไหลเวียนของเลือดในสมองและกระตุ้นให้เกิดอาการปวดศีรษะรุนแรง
1.) ด้านร่างกาย
- การนอนน้อยหรือนอนมากเกินไป
- อดอาหาร หรือกินไม่ตรงเวลา
- ความเหนื่อยล้า และใช้สายตามาก (จ้องหน้าจอนาน)
2.) ด้านจิตใจ
- ความเครียด วิตกกังวล หรือภาวะซึมเศร้า
3.) ด้านอาหาร
- ช็อกโกแลต
- ชีสเก่าหรืออาหารหมักดอง
- เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยเฉพาะไวน์แดง
- กาแฟ หรือคาเฟอีนมากเกินไป
4.) ปัจจัยภายนอก
- แสงจ้า หรือเสียงดัง
- กลิ่นแรง (เช่น น้ำหอม, ควันบุหรี่)
- การเปลี่ยนแปลงของอากาศ ความกดอากาศ หรืออุณหภูมิ
5.) ด้านฮอร์โมน (โดยเฉพาะในผู้หญิง)
- รอบเดือน
- การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนเอสโตรเจน เช่น ก่อนมีประจำเดือน หรือช่วงวัยทอง
อาการ ไมเกรน เป็นยังไง
อาการของการปวดหัวเป็นมากกว่าการปวดหัวธรรมดา มักมีความรุนแรงและมีลักษณะเฉพาะที่สังเกตได้ชัดเจน โดยสามารถแบ่งเป็นช่วงๆ แทงหวยไว
ลักษณะอาการของ ไมเกรน ที่พบบ่อย
- ปวดหัวแบบตุบๆ (Pulsating or Throbbing Pain) โดยเฉพาะข้างเดียวของศีรษะ (แต่บางรายอาจปวดทั้งสองข้าง)
- ปวดรุนแรงระดับกลางถึงมาก จนอาจทำกิจวัตรประจำวันลำบาก
- คลื่นไส้ หรืออาเจียน
- ไวต่อแสงและเสียง บางรายอาจรู้สึกรำคาญแม้แต่แสงจากหน้าจอมือถือหรือเสียงเบาๆ
- ปวดหัวนาน 4–72 ชั่วโมง หากไม่ได้รับการรักษา
- อาการจะกำเริบจากการเคลื่อนไหว เช่น เดิน ก้ม เงย หรือออกกำลังกายเบาๆ
อาการอื่นที่อาจเกิดร่วม (พบในบางคน)
- มองเห็นแสงจ้า แสงแฟลช หรือจุดลอย
- มองเห็นภาพเบี้ยว หรือบิดเบี้ยว
- ชาตามใบหน้า มือ หรือแขน
- เวียนหัว หรือสับสนชั่วคราว
- พูดลำบาก
วิธีรักษา ไมเกรน
การรักษาสามารถทำได้ทั้งแบบระยะเฉียบพลัน (เพื่อบรรเทาอาการเวลาที่ปวด) และแบบระยะยาว (เพื่อป้องกันการเกิดซ้ำ) โดยเลือกให้เหมาะกับอาการและความถี่ของแต่ละคน
1.) รักษาเมื่อมีอาการ (ระยะเฉียบพลัน)
💊 ยาแก้ปวดทั่วไป Paracetamol : สำหรับอาการเบาๆ NSAIDs เช่น Ibuprofen, Naproxen ลดปวดและลดอักเสบ
💊 ยาเฉพาะสำหรับคนที่มีอาการปวดหัว Triptans (Sumatriptan, Rizatriptan ฯลฯ) : ยาเฉพาะที่ช่วยบรรเทาปวดโดยตรง เหมาะสำหรับผู้ที่ปวดรุนแรง ยาแก้คลื่นไส้(Metoclopramide) ใช้ร่วมในคนที่มีอาการคลื่นไส้อาเจียนร่วมด้วย
2.) การป้องกันอาการปวด (ระยะยาว)
หากปวดหัวบ่อยกว่าเดือนละ 4 ครั้ง หรือปวดหนักมาก ควรพิจารณารักษาแบบป้องกัน
💊 ยาป้องกันอาการปวด
- ยาลดความดันโลหิต (เช่น Propranolol)
- ยากันชัก (เช่น Topiramate)
- ยาต้านซึมเศร้า (เช่น Amitriptyline)
- ยาชีวภาพ (CGRP inhibitors) ทางเลือกใหม่ที่ได้ผลดีมาก
3.) วิธีธรรมชาติ / ปรับพฤติกรรม
- นอนให้เพียงพอ และเป็นเวลา
- หลีกเลี่ยงอาหารกระตุ้น เช่น ช็อกโกแลต เนื้อแปรรูป กลิ่นแรงๆ ดื่
- ดื่มน้ำให้เพียงพอ
- ออกกำลังกายเบาๆ สม่ำเสมอ
- หลีกเลี่ยงความเครียด : เทคนิคผ่อนคลายเช่นโยคะ สมาธิ ช่วยได้
4.) หลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นอาการ
- แสงจ้า เสียงดัง กลิ่นฉุน
- ข้ามมื้ออาหาร หรืออดอาหารนานเกินไป
- การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน (โดยเฉพาะในผู้หญิง)
อาหารที่ควรหลีกเลี่ยง
อาหารที่ควรหลีกเลี่ยง โดยเฉพาะสำหรับคนที่มีปัญหาสุขภาพบางอย่าง เช่น ไมเกรน ระบบย่อยอาหารผิดปกติ หรือผู้ที่ต้องการดูแลสุขภาพโดยรวม มีดังนี้
อาหารที่ควรหลีกเลี่ยงคนเป็น ไมเกรน
1.) สำหรับผู้ที่มีอาการปวด
- ช็อกโกแลต : มีสารที่กระตุ้นอาการปวด เช่น tyramine
- ชีสเก่า (Aged Cheese) : เช่น พาร์มีซาน บลูชีส
- เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ : โดยเฉพาะไวน์แดง เบียร์
- อาหารที่มีสารปรุงแต่ง : เช่น ไส้กรอก แฮม เบคอน (มีไนไตรต์)
- ผงชูรส (MSG) : พบบ่อยในอาหารจีน ฟาสต์ฟู้ด
- กาแฟหรือคาเฟอีนปริมาณมาก : หรืองดคาเฟอีนแบบกะทันหัน
2.) สำหรับผู้ที่มีปัญหาทางเดินอาหาร
- อาหารทอด / มันจัด : ย่อยยาก ทำให้ท้องอืด
- นมและผลิตภัณฑ์จากนม : โดยเฉพาะผู้ที่แพ้แลคโตส
- อาหารเผ็ดจัด : อาจทำให้กระเพาะอักเสบ ลำไส้ระคายเคือง
- เครื่องดื่มอัดลม / น้ำหวาน : มีน้ำตาลสูงและทำให้ท้องอืด
3.) สำหรับผู้ดูแลสุขภาพทั่วไป
- น้ำตาลและของหวานมากเกินไป : เสี่ยงต่อเบาหวาน น้ำหนักขึ้น
- เกลือเยอะ : เสี่ยงความดันโลหิตสูง
- อาหารแปรรูป : เช่น ขนมขบเคี้ยว มาม่า อาหารกระป๋อง
- ไขมันทรานส์ : เช่น มาการีน ขนมอบบางประเภท
อาหารที่เหมาะกับคนเป็น ไมเกรน
อาหารที่เหมาะกับคนเป็นการปวดหัวควรเป็นอาหารที่ไม่กระตุ้นอาการ และมีสารอาหารที่ช่วยบำรุงสมอง ควบคุมความดัน และลดการอักเสบในร่างกาย ซึ่งสามารถช่วยลดความถี่หรือความรุนแรง
1.) อาหารที่อุดมด้วยแมกนีเซียม : ผักโขม , เมล็ดฟักทอง , ถั่วอัลมอนด์ , ถั่วลิสง , ข้าวกล้อง , กล้วย (ช่วยให้หลอดเลือดสมองผ่อนคลาย ลดอาการเกร็งของกล้ามเนื้อ)
2.) อาหารที่มีวิตามิน B2 (ไรโบฟลาวิน) : ไข่ , ปลาแซลมอน , ธัญพืชไม่ขัดสี (เช่น ข้าวโอ๊ต) , เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน (ช่วยเรื่องการทำงานของสมองและพลังงาน)
3.) อาหารที่ช่วยให้ร่างกายชุ่มชื้น : แตงโม , แตงกวา , ซุปใสหรือโจ๊ก , น้ำมะพร้าว (ไม่เติมน้ำตาล) , ดื่มน้ำเปล่าอย่างน้อยวันละ 6–8 แก้ว (การขาดน้ำสามารถกระตุ้นไมเกรนได้)
4.) อาหารต้านการอักเสบ : ปลาไขมันดี เช่น ปลาแซลมอน ปลาทูน่า (โอเมก้า 3 สูง) ขมิ้น , ขิง , ผักใบเขียวเข้ม
สรุป
การปวดหัวเรื้อรังหรือการเครียดสะสมทำให้ร่างกายและสมองของเราไม่ได้รับการพักผ่อนอย่างเติมที่หรือสิ่งแวดล้อมต่างๆที่ทำให้มีผลกระทบต่อการปวดหัวรวมไปถึงอาหารการกินที่จะส่งผลต่อการกระตุ้นให้อาการแย่ขึ้น การรักษาที่ดีและเข้ากับตัวเองเป็นวิธีที่ดีที่สุดครับ